วิธีดูแลเครื่องกรองน้ำด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ไม่ง้อช่าง

เคยไหม? ซื้อเครื่องกรองน้ำมาตั้งนาน แต่ไม่เคยรู้เลยว่าต้องดูแลรักษายังไงบ้าง จนวันดีคืนดีน้ำเริ่มไหลช้าลง มีกลิ่นแปลกๆ หรือรสชาติต่างไปจากเดิม หลายคนพอเจอแบบนี้ก็มักจะนึกถึงช่างเป็นอันดับแรก แต่รู้ไหมครับว่าจริงๆ แล้วเราสามารถ "ดูแลเครื่องกรองน้ำด้วยตัวเองแบบง่ายๆ" ได้ที่บ้าน โดยไม่ต้องเสียเงินและเสียเวลารอช่างเลย!
วันนี้ PBK จะมาแบไต๋ทริคการดูแลเครื่องกรองน้ำตัวโปรดของคุณให้สะอาด ปลอดภัย และมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน จะมีวิธีอะไรบ้าง มาดูกันเลย!
1. หมั่นสังเกตและเปลี่ยนไส้กรองน้ำตามกำหนด
หัวใจสำคัญที่สุดของเครื่องกรองน้ำก็คือ "ไส้กรองน้ำ" ครับ เปรียบเสมือนด่านหน้าคอยดักจับสิ่งสกปรก ถ้าเราปล่อยให้ไส้กรองตันหรือหมดอายุ นอกจากน้ำจะไม่สะอาดแล้ว ยังทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้นด้วย ผูกมิตรกับเทคโนโลยี "ตั้งเตือนในสมาร์ทโฟน" สิ่งที่ยากที่สุดของการดูแลเครื่องกรองน้ำไม่ใช่ขั้นตอนการทำ แต่คือ "การลืม!" กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ดื่มน้ำรสชาติแปลกๆ ไปหลายเดือนแล้ว
ระยะเวลาโดยประมาณในการเปลี่ยนไส้กรองแต่ละประเภท:
- ไส้กรอง PP ควรเปลี่ยนทุกๆ 3 - 6 เดือน*
- ไส้กรองคาร์บอน ควรเปลี่ยนทุกๆ 6-12 เดือน*
- ไส้กรองเรซิน ควรเปลี่ยนทุกๆ 6-12 เดือน*
- UF Membrane ควรเปลี่ยนทุกๆ12- 18 เดือน*
- RO Membrane ควรเปลี่ยนทุกๆ 18 -36 เดือน*
- ไส้กรอง Post Carbon ควรเปลี่ยนทุกๆ 6-12 เดือน*
*หมายเหตุ : ขึ้นอยู่กับสภาพน้ำดิบในแต่ละพื้นที่
ข้อสังเกต: หากน้ำเริ่มมีกลิ่นคลอรีน น้ำไหลค่อยลงมาก หรือสีของไส้กรอง PP เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม นั่นคือสัญญาณเตือนว่าต้องรีบเปลี่ยนทันที!
2. ทำความสะอาดกระบอกกรองน้ำ (Housing) เป็นประจำ
ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนไส้กรองน้ำ อย่าเพิ่งรีบใส่ไส้กรองอันใหม่เข้าไปทันทีนะครับ แนะนำให้ล้างทำความสะอาดกระบอกกรองน้ำด้วย โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้:
ปิดวาล์วน้ำเข้าและถอดปลั๊กเครื่องกรองน้ำให้เรียบร้อย
หมุนกระบอกกรองออกมา (หากกระบอกแน่นเกินไป ให้กดปุ่มไล่ลมเพื่อลดแรงดันจะทำให้หมุนออกง่ายขึ้น)
ใช้ฟองน้ำนุ่มๆ ชุบน้ำสะอาดหรือน้ำยาล้างจานสูตรอ่อนโยน เช็ดล้างคราบตะกอนที่เกาะอยู่ภายในกระบอกกรอง
ล้างออกด้วยน้ำสะอาดให้หมดจด ก่อนจะใส่ไส้กรองใหม่และหมุนกลับเข้าที่เดิม
3. ทำความสะอาด "หัวก๊อกน้ำ" (จุดหมักหมมที่ชอบมองข้าม)
เรามักจะเช็ดแต่ตัวเครื่องด้านนอกให้ดูมินิมอลสวยงาม แต่รู้ไหมว่า "ปลายก๊อกน้ำ" คือจุดที่สัมผัสกับอากาศและแก้วน้ำของเราบ่อยที่สุด บางครั้งอาจมีคราบน้ำหรือฝุ่นไปเกาะ
วิธีทำง่ายๆ: ใช้คอตตอนบัดชุบน้ำอุ่น หรือน้ำส้มสายชูเจือจาง เช็ดหมุนๆ บริเวณรูปล่อยน้ำของก๊อกเดือนละครั้ง เพื่อป้องกันคราบตะกรันและแบคทีเรียมาเกาะที่ปลายก๊อก
4. ทริค "เปิดน้ำทิ้ง" หลังกลับจากทริปหนีเที่ยว
หากไม่ได้ใช้เครื่องกรองน้ำเป็นเวลานาน อย่าเพิ่งรองน้ำหรือเปิดน้ำดื่มทันที เพราะน้ำที่ค้างอยู่ในไส้กรองและถังพักน้ำเป็นเวลานานอาจจะไม่สดชื่น
วิธีทำง่ายๆ: หลังจากไม่ได้ใช้งานเกิน 3 วัน ให้เปิดน้ำจากเครื่องกรองปล่อยทิ้งไปเลยยาวๆ ประมาณ 3-5 นาที (น้ำที่ทิ้งเอาไปรดน้ำต้นไม้หรือถูพื้นได้นะ) เพื่อเป็นการล้างระบบและกระตุ้นให้ไส้กรองกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง
5. ตรวจเช็คจุดรั่วซึมและสายยางอย่างสม่ำเสมอ
หมั่นเดินสำรวจรอบๆ ตัวเครื่องกรองน้ำว่ามีน้ำหยดหรือซึมตามข้อต่อ เกลียวทองเหลือง หรือตามสายยางหรือไม่ รวมถึงเช็คสภาพสายยางว่ามีรอยพับ หักงอ หรือเริ่มกรอบแตกเนื่องจากโดนแสงแดดหรือไม่ หากพบว่าสายยางเริ่มเสื่อมสภาพ แนะนำให้ตัดเปลี่ยนใหม่ทันทีเพื่อป้องกันอุบัติเหตุน้ำท่วมบ้าน
"ห้าม" ที่ต้องระวังที่สุด!
ห้ามตั้งเครื่องกรองน้ำให้โดนแสงแดดโดยตรง "แสงแดด + น้ำ = ตะไคร่น้ำ" แสงแดดจะไปกระตุ้นให้เกิดตะไคร่น้ำในกระบอกไส้กรองได้ง่ายมาก แนะนำให้ตั้งในมุมร่มๆ หรือมุมใต้ซิงค์จะดีที่สุด
การดูแลเครื่องกรองน้ำด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ เพียงแค่สละเวลาเล็กๆ น้อยๆ มาหมั่นสังเกต เปลี่ยนไส้กรองตามกำหนด และทำความสะอาดอย่างถูกวิธี เท่านี้คุณและคนที่คุณรักก็จะมีน้ำดื่มที่ใส สะอาด บริสุทธิ์ และปลอดภัยไว้ดื่มกินในทุกๆ วัน แถมยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไม่ต้องจ่ายค่าช่างบ่อยๆ อีกด้วย


