ต้องใช้เครื่องกรองน้ำกี่ GPD ถึงจะเหมาะกับบ้านและออฟฟิศ

ต้องใช้เครื่องกรองน้ำกี่ GPD ถึงจะเหมาะกับบ้านและออฟฟิศ?
สำหรับใครที่กำลังมองหา เครื่องกรองน้ำ RO (Reverse Osmosis) มาใช้งาน สิ่งหนึ่งที่มักจะสร้างความสับสนให้ตอนเลือกซื้อก็คือ ตัวเลขปริมาณ “GPD” ที่อยู่บนตัวเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น 50 GPD, 150 GPD หรือไปจนถึง 400 GPD จนเกิดคำถามยอดฮิตว่า “เราจะรู้ได้ยังไงว่าบ้านหรือออฟฟิศของเราต้องใช้เครื่องกรองน้ำกี่ GPD ถึงจะพอดี?” วันนี้ PBK จะมาไขข้อข้องใจ ชวนทำความเข้าใจว่า GPD คืออะไร พร้อมวิธีเลือกขนาดเครื่องกรองน้ำให้ตอบโจทย์การใช้งานของทุกคนกัน
GPD คืออะไร? ทำไมต้องรู้ก่อนเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ RO
GPD ย่อมาจาก Gallons Per Day แปลตรงตัวคือ “แกลลอนต่อวัน” ซึ่งเป็นหน่วยที่ใช้วัด “กำลังการผลิตน้ำดิบให้เป็นน้ำดื่มสะอาดของไส้กรอง RO Membrane ภายใน 24 ชั่วโมง” (โดยเปรียบเทียบง่ายๆ คือ น้ำ 1 แกลลอน (US) จะเท่ากับประมาณ 3.785 ลิตร)
ยกตัวอย่าง
50x3.785 = 189.25 ลิตรต่อวัน หรือ 190 ลิตรต่อวัน
หมายเหตุ: ตัวเลขนี้คิดจากการเปิดเครื่องทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง
วิธีคำนวณและเลือกขนาด GPD ให้เหมาะกับจำนวนคน
หลักการเลือกขนาดเครื่องกรองน้ำที่ถูกต้อง ไม่ใช่การคิดแค่ว่าในหนึ่งวันเราดื่มน้ำรวมกันกี่ลิตร แต่ต้อง "เผื่อกำลังการผลิต" ไว้ด้วย เพื่อให้ตัวเครื่องผลิตน้ำดิบมาทดแทนน้ำที่ถูกกดออกไปได้อย่างรวดเร็ว โดยแบ่งตามจำนวนสมาชิกภายในบ้านและออฟฟิศได้ดังนี้ครับ
1. ครอบครัวขนาดเล็ก (สมาชิก 1 - 4 คน)
ขนาดที่แนะนำ: 50 - 75 GPD
รูปแบบการใช้งาน: เหมาะสำหรับบ้านขนาดเล็ก คอนโดมิเนียม หรือผู้ที่พักอาศัยคนเดียว มีการใช้น้ำดื่มและน้ำใช้ทำอาหารในปริมาณปกติ
2. ครอบครัวขนาดกลาง (สมาชิก 5 - 10 คน)
ขนาดที่แนะนำ: 100 - 150 GPD
รูปแบบการใช้งาน: เป็นขนาดมาตรฐานที่นิยมมากที่สุดสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป กำลังผลิตน้ำเพียงพอสำหรับสมาชิกในบ้านที่รักสุขภาพ ดื่มน้ำมาก หรือมีการประกอบอาหารทานเองบ่อยๆ
3. ครอบครัวขนาดใหญ่ หรือโฮมออฟฟิศ (สมาชิก 11 - 30 คนขึ้นไป)
ขนาดที่แนะนำ: 300 - 400 GPD
รูปแบบการใช้งาน: เหมาะสำหรับบ้านที่มีครอบครัวใหญ่ หรือออฟฟิศสำนักงานขนาดเล็ก ที่เริ่มมีการกดน้ำดื่มพร้อมๆ กันในช่วงเวลาเร่งด่วน น้ำจะผลิตได้ไวและไหลแรงต่อเนื่องทันใจแน่นอน
4. ครอบครัวขนาดใหญ่ หรือโฮมออฟฟิศ (สมาชิก 30+ คนขึ้นไป)
ขนาดที่แนะนำ: 600 - 800 GPD
รูปแบบการใช้งาน: เหมาะสำหรับโรงงานขนาดใหญ่ หรือออฟฟิศสำนักงานขนาดใหญ่ ที่เริ่มมีการกดน้ำดื่มพร้อมๆ กันในช่วงเวลาเร่งด่วน น้ำจะผลิตได้ไวและไหลแรงต่อเนื่องทันใจแน่นอน
ปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมนอกเหนือจากจำนวนคน นอกจากจำนวนสมาชิกแล้ว พฤติกรรมการใช้งานในแต่ละวันก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามก่อนตัดสินใจซื้อ รูปแบบการใช้งานเฉพาะตัว ถ้าร้านค้าหรือบ้านของคุณมีพฤติกรรมชอบ ทำอาหารบ่อย, สมาชิกในบ้านเป็นคน ดื่มน้ำมาก, หรือต้องใช้น้ำสะอาดในการ ทำความสะอาดสิ่งของบ่อยๆ ควรพิจารณาเลือกเครื่องกรองที่มีค่า GPD สูงขึ้นมาอีกหนึ่งระดับ หรือการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น สำหรับสำนักงานหรือองค์กรที่ต้องการต่อน้ำเข้ากับ ตู้กดน้ำดื่ม (Water Cooler) หรือเครื่องทำน้ำร้อน-น้ำเย็น แนะนำให้เลือกขนาด 300 - 400 GPD ขึ้นไป เพื่อให้แรงดันน้ำเพียงพอในการเติมเข้าถังพักของตู้กดน้ำอย่างต่อเนื่อง
3 ข้อแนะนำสำคัญก่อนติดตั้งเครื่องกรองน้ำ
เพื่อให้ได้เครื่องกรองน้ำที่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด ก่อนการติดตั้งควรทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
- คำนวณการใช้น้ำ ประเมินจำนวนคนและปริมาณลิตรที่คาดว่าจะใช้ต่อวันอย่างคร่าวๆตรวจสอบแหล่งน้ำของบ้าน - ดูว่าน้ำดิบที่เข้าบ้านเป็นน้ำประปา น้ำบาดาล หรือน้ำกร่อย เพื่อที่จะได้เลือกประเภทไส้กรองและสารกรอง (เช่น PP, CTO, Resin, เมมเบรน) ให้เหมาะสมกับสภาพน้ำ
- สอบถามผู้เชี่ยวชาญ หากไม่แน่ใจเรื่องแรงดันน้ำ พื้นที่การจัดวาง หรือระบบไฟ ควรปรึกษาช่างเทคนิคหรือผู้เชี่ยวชาญด้านระบบน้ำโดยตรง
สรุปเลือกเครื่องกรองน้ำกี่ GPD ดีที่สุด?
การเลือกขนาด GPD ของเครื่องกรองน้ำระบบ RO ที่เหมาะสม จะช่วยให้คุณมีน้ำดื่มที่สะอาด บริสุทธิ์ ปลอดภัย ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า ไม่ต้องยืนรอน้ำไหลเอื่อย และช่วยถนอมอายุการใช้งานของปั๊มน้ำภายในตัวเครื่องไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไป
สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องกรองน้ำคุณภาพสูง ดีไซน์สวยงาม และทนทาน เครื่องกรองน้ำ Cascade พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในบ้านพักอาศัยหรือสำนักงานออฟฟิศ ให้ PBK ช่วยดูแลสุขภาพน้ำดื่มของคุณและคนที่คุณรักวันนี้ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาการเลือกขนาดเครื่องกรองน้ำที่เหมาะกับคุณ ทักแชทหาเราได้เลย!



